ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ใบงานการคูณทศนิยมสองตำแหน่งด้วยจำนวนนับ(ป.5) (math worksheet of multiplication)

ชื่อ  –  สกุล .......................................................... ..........................  ชั้น............. เลขที่ ................... ใบงาน   เรื่อง การคูณทศนิยมสองตำแหน่งด้วยจำนวนนับ คำชี้แจง  ให้นักเรียนแสดงวิธีทำหาคำตอบ          ต่อไปนี้ 1)    23.43  ×  6    ×   วิธีทำ     2 3 4                                      6                                 1304 ตอบ       23.43  ×   6   =  140.58 5)  46  ×  8.98 ..................................................................................... ...........................................................................

ใบงานการคูณทศนิยมหนึ่งตำแหน่งด้วยจำนวนนับ(ป.5) (math worksheet of multiplication)

ชื่อ  –  สกุล .......................................................... ..........................  ชั้น............. เลขที่ ................... ใบงาน   เรื่อง การคูณทศนิยมหนึ่งตำแหน่งด้วยจำนวนนับ คำชี้แจง  ให้นักเรียนแสดงวิธีทำหาคำตอบ          ต่อไปนี้ 1)    23.4  ×   6    ×   วิธีทำ     2 3 4                                      6                                1304 ตอบ       23.4  ×   6   =  130.4 5)  46  ×  8.8 ..................................................................................... ..................................................................................

ใบงานการคูณจำนวนนับด้วยจำนวนนับ(ป.5) (math worksheet of multiplication)

ชื่อ – สกุล .......................................................... .......................... ชั้น............. เลขที่ ................... ใบงาน   เรื่อง การคูณจำนวนนับด้วยจำนวนนับ คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงวิธีทำหาคำตอบ          ต่อไปนี้ 1)   234 ×   6    ×   วิธีทำ    2 3 4                                    6                                 ==== ตอบ      234 ×   6 = .................................. 5) 46 × 88 ..................................................................................... ..................................................................................... ......................................

การหาค่าลอการิทึมสามัญ (math find the values of common logarithms)

การหาค่า ลอการิทึมสามัญ ( common logarithms )        ค่าลอการิทึมของจำนวนจริงบวกที่สามารถ เขียนในรูป   10 n    เมื่อ  n  เป็นจำนวนเต็ม ด้วยสมบัติของลอการิทึม        ตัวอย่าง log   10 n   =  n  log  10   =  n   เมื่อ  n  เป็นจำนวนเต็ม         log  100  =   log  10 2   =  2   log  10  =  2         log  1000  =   log  10 3    =  3   log  10  =  3         log  0.00001  =   log  10 –5   =  (–5)   log  10  =  –5         log    1      =   log  10 –2   =  (–2)   log ...

ลอการิทึมสามัญ (math common logarithms)

ลอการิทึมสามัญ ( common logarithms )       ลอการิทึมสามัญ  คือ  ลอการิทึมที่มีฐานเป็นสิบ  การเขียนลอการิทึมสามัญนิยมเขียนโดยไม่มีฐานกำกับ  เช่น  log 10 2  เขียนแทนด้วย  log 2          log 10 3  เขียนแทนด้วย  log 3 และ  log 10 N  เขียนแทนด้วย  log N                การพิจารณาค่าลอการิทึมของจำนวนจริงบวกที่สามารถ เขียนในรูป  10 n   เมื่อ  n  เป็นจำนวนเต็ม ด้วยสมบัติของลอการิทึม ดังนี้        log 1  =  0        log 10  =  1        log 100  =  log 10 2  =  2  log 10        log 1000  =  log 10 3   =  3  log 10  ...

อนุกรม (math Series)

อนุกรม ( Series ) บทนิยาม          เมื่อ a 1 , a 2 , a 3 , …, a n เป็นลำดับจำกัด และ a 1 , a 2 , a 3 , a 4 ,…, a n , … เป็นลำดับอนันต์  เรียกผลบวกของพจน์ทุกพจน์ ของลำดับว่าอนุกรม          อนุกรมที่ได้จากลำดับจำกัด เรียกว่า อนุกรมจำกัด ( finite series )   เขียนแทนด้วย a 1 + a 2 + a 3 + …+ a n                  อนุกรมที่ได้จากลำดับอนันต์ เรียกว่า อนุกรมอนันต์ ( infinite series ) เขียนแทนด้วย a 1 + a 2 + a 3 + …+ a n + …                  a 1 คือ พจน์ที่  1  ของอนุกรม             a 2 คือ พจน์ที่  2   ของอนุกรม  และ            a n คือ พจน์ที่  n   ของอ...

ลำดับเรขาคณิต ตัวอย่าง 10(math geometric sequences)

ลำดับเรขาคณิต ( geometric sequences ) ตัวอย่าง 10   ถ้าลำดับเรขาคณิตมีพจน์ที่ 1 เป็น – 1 และพจน์ที่ 2 เป็น 2  จงหาพจน์ที่ 5 ของลำดับ วิธีทำ  หาอัตราส่วนร่วม( r ) ก่อน และหาพจน์ทั่วไป จากนั้นจึงจะหา พจน์ที่โจทย์ต้องการทราบ       จากโจทย์     a 1 =   – 1,    a 2 =   2  และ n = 5        จะได้  r a 1 =   a 2            ดังนั้น  r ( – 1 ) = 2        จะได้  r   =   – 2       จากสูตร  a n = a 1 r n – 1   สำหรับทุกจำนวนนับ  n > 1                      a 5 = – 1 ( – 2 ) 5 – 1       จะได้        a 5 = – 1 ( – 2 ) 4   ...